คืบหน้า สามียิงภรรยาชาวขอนแก่นตายที่ลพบุรี ศพถึงบ้านเกิดแล้วเป็นลมทั้ง2ครอบครัว

ศพน้องหญิงถึงบ้านเกิดแล้ว พ่อน้องหญิง แม่ย่าเป็นลมทั้งคู่ แม่และพี่สาวอโหสิกรรมลูกเขยว่ากันตามกระบวนการของกฎหมาย ครอบครัวไม่เชื่อว่าจะปืนลั่นมั่นใจเป็นการตั้งใจฆ่าให้ตายเพราะหึงหวง?
เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 27 มีนาคม 2564 บรรยากาศที่บ้านเลขที่ 61 ม.1 บ้านนาหว้า ต.นาหว้า อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่นซึ่งเป็นช่วงที่บิดา มารดา พี่น้อง รอรับศพของ น.ส.สุภัทรษร สีจันทร์งามหรือหญิง อายุ 30 ปี ลูกสาวซึ่งถูกนายนเรศ ลือกิจนา อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108 หมู่ที่ 7 ต.น้ำสุด อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี สามีใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงเข้าที่ กกหูซ้ายทะลุออกคางด้านขวา แฉลบโดนที่หัวไหล่ขวาทะลุหลังเสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 26 มี.ค.2564 ที่ผ่านมานั้น เป็นไปด้วยความเศร้าโศก ซึ่งทันที่ ที่รถบรรทุกศพถึงหน้าบ้าน นายบุญหนัก อายุ 67 ปี บิดา รวมถึงนางลอง ลือกิจนา อายุ 55 ปี มารดาของนายนเรศ ถึงกับเป็นลม ญาติพี่น้องต้องรีบทำการช่วยเหลือจนอาการดีขึ้น
จากนั้นนางน้อย สีจันทร์งาม อายุ 38 ปี พี่สาวคนตาย ได้จุดธูปบอกกล่าวคนตายและเจ้าที่ว่าถึงบ้านแล้ว ขอนำร่างผู้ตายไปตั้งบำเพ็ญกุศลตามประเพณี จากนั้นญาติพี่น้องได้หามโลงศพของคนตานยลงจากรถไปตั้งในบ้าน เพื่อนบ้านต่างพากันจัดแต่งโลงศพประดับด้วยไฟกระพริบ
ในขณะที่นางดาหวัน สีจันทร์งาม อายุ 67 ปี มารดาคนตาย ได้เดินออกมานั่งที่หน้าบ้าน นางลองมารดาของนายนเรศ ได้เดินเข้ามาหาและกราบขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้นและทำให้น้องหญิงต้องเสียชีวิต พร้อมทั้งยกมือไหว้ขอโทษญาติพี่น้องและชาวบ้านด้วย ซึ่งนางดาหวันกล่าวว่า อโหสิกรรมให้ คนตายไปแล้วเรียกคืนกลับมาไม่ได้ คนอยู่ เป็นคนมีชีวิตต้องต่อสู้กันไป ช่วยเหลือดุแลกันไป
ในเวลาต่อมา นางน้อย สีจันทร์งาม พี่สาวคนตาย กล่าวว่า น้องหญิงไปทำงานที่อ.พัฒนานิคม ตังหวัดลพบุรี นานหลายปี จนมีสามีและมีลูกชายอายุ 13 ปี 1 คน กลับมาเยี่ยมบ้านปีละ 1 ครั้ง แต่ส่งเงินมาช่วยเหลือพ่อแม่ ญาติพี่น้องเป็นประจำ ในครอบครัวพ่อแม่มีบุตรทั้งหมด 4 คน ชาย 2 หญิง 2 น้องหญิงเป็นคนสุดท้อง ส่วนพี่ชายคนโตทำงานที่พม่า และกลับมารับศพน้องสาวกลับบ้านในวันนี้
ที่ผ่านมาน้องสาวไม่เคยเล่าหรือปรึกษาปัญหาใดๆด้วยเลย จนกระทั่งช่วงสายวันที่ 26 มีนาคม น้องสาวโทรศัพท์มาบอกว่า อาร์ตเอาปืนจี้หัวและข่มขู่ จึงแนะนำน้องว่าให้ใจเย็นค่อยๆพ๔กจากัน จากนั้นช่วงบ่ายน้องสาวก็โทรมายอกอีกว่า อาร์ตปล่อยตัวให้กลับมาอยู่ที่ห้องแล้ว ไม่ต้องห่วง จึงบอกน้องว่า ให้มีสติ และใจเย็น จากนั้นก็วางสายไป กระทั่งช่วงหัวค่ำวันเดียวกัน ลูกสาวโทรมาบอกว่า น้าหญิงถูกน้าอาร์ตยิงตายแล้วที่ห้องพัก จึงได้บอกให้พ่อกับแม่ทราบเรื่องและฏโทรบอกพี่ชายคนโตไปรับศพน้องสาวกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านที่อ.ภูเวียง ซึ่งครอบครัวจะตั้งศพเพียง 2 คืนและจะเผาศพในวันจันทร์ที่จะถึงนี้
นางน้อย กล่าวอีกว่า สาเหตุการตายของน้องสาวนั้น โดยส่วนตัวเชื่อว่า น้องเขยตั้งใจยิง ไม่ใช่ปืนลั่น แต่ไม่อยากมีปัญหา จึงอโหสิกรรมให้น้องเขย และทุกอย่างขอให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฏหมาย ครอบครัวคงไม่ต่อสู้หรือเรียกร้องใดๆ เพียงแค่จะขอเอาหลานชายกลับมาเลี้ยง ส่งเสียให้ได้เรียนหนังสือเท่าที่จะเรียนได้ เพราะแม่ตาย พ่อคิดคุก คงไม่มีคนดูแล แต่ก็ต้องจัดการงานศพให้เรียบร้อยก่อน จึงจะคุยกันในครอบครัว




