'นกน้อย อุไรพร' และศิลปินชื่อดังอีสาน รับมอบโล่ศิลปินมรดกอีสาน ที่ มข.

เมื่อวันจันทร์ที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๑ เวลา ๑๔.๐๐ น. เนื่องในโอกาสมหามงคลวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ศูนย์วัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงจัดงานประกาศเชิดชูเกียรติศิลปินมรดกอีสาน เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี ๒๕๖๑ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวนำคำถวายอาศิรวาทราชสดุดีและคำถวายชัยมงคล โดยมี รองศาตราจารย์ ดร.เกรียงไกร กิจเจริญ รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและชุมชนสัมพันธ์ ประธานการจัดงานและนายบัญชา พระพล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและชุมชนสัมพันธ์ คณบดี และผู้บริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น ศิลปินมรดกอีสานร่วมงานอย่างล้นหลาม พร้อมศิลปินวัฒนธรรมอีสานและสื่อมวลชน ร่วมงานจำนวนมาก ณ โรงละครคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
สำหรับพิธีประกาศเชิดชูเกียรติศิลปินมรดกอีสาน เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทยฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและชุมชนสัมพันธ์ และสำนักวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมอบโล่เชิดชูเกียรติศิลปินมรดกอีสานและผู้มีผลงานดีเด่นวัฒนธรรมสัมพันธ์ ประจำปี ๒๕๖๑ รวมทั้งสิ้น ๒๔ ท่าน จากการเสนอชื่อศิลปินอีสานและผู้ที่มีผลงานด้านวัฒนธรรมจากทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และพื้นที่ประเทศไทยกว่า ๒๐๐ ราย ทั้งนี้เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ และ วันอนุรักษ์มรดกไทย โดยโล่เชิดชูเกียรติมอบแด่ศิลปินผู้เป็นตำนานของชาวอีสาน ปราชญ์ชาวบ้าน และองค์กรที่อุทิศเพื่อมวลชน ซึ่งเป็นการสร้างกำลังใจให้ศิลปิน และสร้างเสริมแรงบันดาลใจให้ศิลปินคนรุ่นหลังต่อไป
รศ.ดร.เกรียงไกร กิจเจริญ รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและชุมชนสัมพันธ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่งในการเป็นสถาบันที่นำศิลปวัฒนธรรมขับเคลื่อนและพัฒนามหาวิทยาลัยโดยยกให้ศิลปวัฒนธรรมเป็น ๑ ใน ๔ เสาหลัก ในยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ยุทธศาสตร์ที่ ๓ Culture and Care Community คือเป็นองค์กรที่ห่วงใยดูแลชุมชนและส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรม สำหรับการยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินมรดกอีสานและผู้ที่มีผลงานดีเด่นวัฒนธรรมสัมพันธ์เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สนับสนุนและสร้างความสำคัญ สร้างคุณค่า ให้กับบุคคลที่ทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อสร้างผลงานศิลปะ โดยเฉพาะศิลปินชาวอีสานและผู้ที่อุทิศตนเพื่อส่งเสริมงานด้านศิลปวัฒนธรรม ซึ่งได้จัดขึ้นเป็นประจำอย่างต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลา ๑๑ ปี โดยในปีนี้ถือเป็นปีที่ ๑๒ ที่ได้เชิดชูเกียรติบรมครูต้นแบบของศิลปินรุ่นหลัง ในศิลปะแขนงต่างๆ ได้แก่ ทัศนศิลป์ วรรณศิลป์ และศิลปะการแสดง รวมไปถึงการให้ความสำคัญและสร้างคุณค่าให้กับผู้ที่เสียสละแรงกายแรงใจอุทิศตนเพื่อส่งเสริมงานด้านวัฒนธรรมในการเชิดชูเกียรติผู้ที่มีผลงานดีเด่นวัฒนธรรมสัมพันธ์ ซึ่งประกอบด้วย ๑๐ แขนง นอกจากนี้วันจันทร์ที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๑ ถือวโรกาสอันเป็นมหามงคลยิ่งในการร่วมเฉลิมฉลองในวาระวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระชนมายุครบ ๖๓ พรรษา อีกด้วย
นางอุไร ฉิมหลวง หรือ นกน้อย อุไรพร ศิลปินมรดกอีสาน กล่าวว่า ได้รับโอกาสจากวงเพชรพิณทอง ให้เป็นหางเครื่องเมื่ออายุ 19 ปี จนสามารถพัฒนาตนเองมาประพันธ์กลอนลำ และสร้างวงหมอลำที่มีส่วนในการอนุรักษ์วัฒนธรรมอีสาน จวบจนวันนี้ตนในวัย 63 ปี รางวัลศิลปินมรดกอีสานเป็นกำลังใจให้ตน และพี่น้องร่วมวงการเพื่อสืบสานวัฒนธรรมมรดกอีสานมีกำลังใจสืบสานวัฒนธรรมอีสานต่อไป
“รางวัลวันนี้ไม่สำคัญเท่ากับเราทุกคนควรสำนึกได้ว่าจะช่วยกันสืบสานต่อยอดวัฒนธรรมอีสานอย่างไร มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้มอบรางวัลเพื่อเป็นตัวอย่างแก่เยาวชน ให้ช่วยกันอนุรักษ์วัฒนธรรม ส่วนจะอยู่ได้หรือไม่ สิ่งสำคัญที่สุดคือ จิตสำนึกร่วมของชาวอีสานทุกคน” นกน้อย อุไรพร กล่าว

ดร.อำคา แสงงาม ศิลปินผู้มีผลงานดีเด่นวัฒนธรรมสัมพันธ์ สาขาสื่อสารวัฒนธรรม กล่าวว่า รางวัลนี้เป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต โดยเฉพาะเป็นรางวัลที่เชิดชูเกียรติชาวอีสาน เพิ่มกำลังใจที่จะสานต่อสถานที่ท่องเที่ยว ทุ่งกุลาร้องไห้ ให้เป็นที่นิยม รักษาสถานที่มรดกของชาติต่อไป
สำหรับการเชิดชูเกียรติศิลปินมรดกอีสานและผู้มีผลงานดีเด่นวัฒนธรรมสัมพันธ์ ประจำปี ๒๕๖๑ มีจำนวนทั้งสิ้น ๒๔ รายชื่อ โดยแบ่งเป็นรางวัลอมรศิลปินมรดกอีสาน* จำนวน ๒ รายชื่อ รางวัลศิลปินมรดกอีสาน จำนวน ๗ รายชื่อ และผู้ที่มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรมสัมพันธ์ จำนวน ๑๔ รายชื่อ และ ๑ กลุ่ม ดังนี้
รางวัล “อมรศิลปินมรดกอีสาน”* มอบแด่ศิลปินผู้ที่มีผลงานเป็นอมตะ และเป็นที่คุ้นเคยของประชาชนอย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย มีผู้ได้รับรางวัล ๒ ท่าน ดังนี้
๑.ดร.พิมพ์ รัตนคุณสาสน์ (สาขาวรรณศิลป์)
๒. นายปิ่น ดีสม ( สาขาศิลปะการแสดง)
สาขาทัศนศิลป์ มีผู้ได้รับรางวัล ๑ ท่าน ได้แก่
๑. รองศาตราจารย์สุวัฒน์ จิตต์ปราณีชัย (ภาพถ่าย)
สาขาวรรณศิลป์ มีผู้ได้รับรางวัล ๑ ท่าน ได้แก่
๑. นายสังคม เภสัชมาลา (วรรณกรรมร่วมสมัย)
สาขาศิลปะการแสดง มีผู้ได้รับรางวัล ๕ ท่าน ได้แก่
๑. นางบุญศรี ยินดี (นักแสดงภาพยนตร์)
๒. นางกฤษณา วรรณสุทธิ์ (หมอลำกลอน)
๓. นางอรอุมา จันทรวงษา (หมอลำกลอน)
๔. นางบุดษา แถววิชา (หมอลำเรื่องต่อกลอน)
๕. นางอุไร ฉิมหลวง (หมอลำเรื่องต่อกลอน)
รายชื่อผู้ได้รับรางวัลวัฒนธรรมสัมพันธ์ จำนวน ๑๔ ท่าน ๑ กลุ่ม ดังนี้
สาขาเกษตรกรรม มีผู้ได้รับรางวัล ๓ ท่าน ได้แก่
๑. นายอดิศร เหล่าสะพาน
๒. นายวิรัตน์ โพธิ์ศรีเรือง
๓. นายถิน สีท้าว
สาขาหัตถกรรม มีผู้ได้รับรางวัล ๑ ท่าน ได้แก่
๑. นายกองมี หมื่นแก้ว (ผ้าพื้นเมือง)
สาขาแพทย์และเภสัชกรรมไทย ไม่มีผู้ได้รับรางวัล
สาขานิเวศน์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ไม่มีผู้ได้รับรางวัล
สาขาวิสาหกิจและธุรกิจชุมชน มีผู้ได้รับรางวัล ๑ ท่าน และ ๑ กลุ่ม ได้แก่
๑.นายสว่าง สุขแสง
๒.กลุ่มพรรณไม้
สาขาศิลปกรรม มีผู้ได้รับรางวัล ๔ ท่าน ได้แก่
๑. นายสมศักดิ์ มงคลวงศ์ (จิตรกรรม)
๒. นายพิทยา บุญลา (แกะสลัก)
๓. นายศิลากร ทับทิมไสย (จิตรกรรมฝาผนัง)
๔. นายสมบัติ ยอดประทุม (หนังประโมทัย)
สาขาภาษาและวรรณกรรม ไม่มีผู้ได้รับรางวัล
สาขาศาสนาและประเพณี ไม่มีผู้ได้รับรางวัล
สาขาอาหารและโภชนาการ ไม่มีผู้ได้รับรางวัล
สาขาสื่อสารวัฒนธรรม มีผู้ได้รับรางวัล ๕ ท่าน ได้แก่
๑. นางชนิดาภา มั่นสนธิ์
๒. ดร.อำคา แสงงาม
๓. นายสีน้ำ จันทร์เพ็ญ
๔. นายวิเชียร สาระวัน “สนธยา กาฬสินธุ์”
๕. นายเจริญ สาดา
* อมรศิลปินมรดกอีสาน อ่านว่า อะ-มะ-ระ-สิน-ละ-ปิน-มอ-ระ-ดก-อี-สาน
ศิลปินทุกท่านสามารถโหลดรูปภาพได้ที่ https://drive.google.com/drive/folders/1TFqVB9klH2JbgVogQ8edB8tZkQyaXblD
ข่าว/ภาพ : จิราพร ประทุมชัย , ณัฐวุฒิ จารุวงศ์




