แพทย์รพ.ศรีนครินทร์ ชี้ "โรคเท้าปุก" แก้ได้! แต่ต้องรักษาทัน1เดือน

รพ.ศรีนครินทร์ มข. รณรงค์ให้ความรู้ประชาชน "วันเท้าปุกโลก" โรคที่มีความผิดรูปของกระดูกและข้อของเท้า พบบ่อยในทารกแรกเกิด 1- 2 ใน 1,000 คน
เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 1 มิ.ย. ภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ประชุมวิชาการพร้อมรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชน “วันเท้าปุกโลก” โรคที่มีความผิดรูปของกระดูกและข้อของเท้า ซึ่งพบบ่อยในเด็กตั้งแต่แรกเกิด ณ ห้องประชุม 89 พรรษา ชั้น 4 อาคาร 89 พรรษาสมเด็จย่า ประชุมวิชาการพร้อมรณรงค์ "วันเท้าปุกโลก" จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อเป็นการพบปะเครือข่ายเด็กเท้าปุกในประเทศไทย โดยมีการให้ความรู้จากคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครอบครัวและได้ปรึกษากับคณะแพทย์
นพ.ชัชวาล ศานติพิพัฒน์ อาจารย์ประจำภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ มข. กล่าวว่า โรคเท้าปุกนั้น เป็นความผิดรูปของกระดูกและข้อของเท้าที่พบบ่อยในเด็ก สาเหตุยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่จะส่งผลให้เท้าของผู้ป่วยมีความผิดรูปที่ส้นเท้า และฝ่าเท้ามีลักษณะบิดเข้าด้านใน ถ้าปล่อยเอาไว้ จะทำให้เท้าของผู้ป่วยผิดรูป และจะเดินด้วยหลังเท้า ทำให้เกิดตาปลาและมีอาการปวด มีปัญหาในการเดินและใส่รองเท้า

“ผู้ป่วยร้อยละ 90 ตอบสนองต่อการรักษา ด้วยการรักษาแบบอนุรักษ์นิยม และมีเพียงส่วนน้อยที่จำเป็นต้องรับการรักษาด้วยการผ่าตัดเมื่ออายุมากกว่า 1 ขวบ การดัดเท้าตั้งแต่แรกเริ่มปรากฏอาการ จะทำให้สามารถจัดกระดูกให้เข้าที่ได้ง่าย และมีโอกาสประสบความสำเร็จสูง ซึ่งต้องได้รับการรักษาภายใน 1 เดือนหลังคลอด”
นพ.ชัชวาล ศานติพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ระบาดวิทยารายงานว่า โรคเท้าปุกอุบัติการณ์ 1-2 ต่อ 1,000 เด็กแรกคลอดมีชีวิต พบในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิง ในอัตราส่วน 2 - 3 ต่อ 1 พบเกิดขึ้น 2 ข้างร้อยละ 50 ในกรณีลูกคนแรกเป็นโรคเท้าปุก ลูกคนถัดไปมีโอกาสเป็นโรคร้อยละ 2.5 หากมีลูกแฝดที่เกิดจากไข่ใบเดียวกัน มีโอกาสเกิดโรคได้สูงถึงร้อยละ 32.5 ในกรณีพ่อหรือแม่เป็นโรค มีโอกาสเกิดโรคเท้าปุกในรุ่นลูกและรุ่นหลาน มากกว่ากลุ่มประชากรปกติได้ถึง 17 เท่า และ 6 เท่าตามลำดับ ดังนั้น "โรคเท้าปุก" เชื่อว่าเกิดจากสาเหตุร่วมกันระหว่างพันธุกรรมและปัจจัยสิ่งแวดล้อม โดยถ้าพ่อหรือแม่เป็นโรค ลูกจะมีโอกาสเป็นโรคสูงกว่าปกติ
ก่อสิทธิ์ กองโฉม ขอนแก่น / รายงาน




